ชายผู้มีความสุขบนผืนหญ้า

ชายผู้มีความสุขบนผืนหญ้า

ย้อนกลับไปเมื่อสัก 40 ปีก่อน ที่ ปอร์โต้ อเลเกร ทางตอนใต้ของประเทศบราซิล เมืองท่าที่เต็มไปด้วยชนชั้นแรงงาน มีหนึ่งครอบครัวที่มีมาตรฐานชีวิตที่ดีกว่าคนทั่วไปในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะ เจา โมไรร่า ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวมีอาชีพที่เป็นหลักแหล่งอย่างการเป็นช่างเชื่อมในอู่ต่อเรือ และรับจ็อบเป็น รปภ.ของสนามกีฬาสโมสร เกรมิโอ

ขณะที่ มิเกลิน่า ผู้เป็นแม่ทำงานเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางไปพร้อมๆกับการเป็นผู้ช่วยพยาบาล ทั้งคู่พยายามหาเงินทุกทางเพื่อมาเลี้ยงลูกๆ 3 คน คือ โรแบร์โต้,โรนัลโด้ และ เดซี่โรแบร์โต้ เป็นพี่ชายคนโต เกิดก่อน โรนัลโด้ ถึง 10 ปี นั่นจึงเป็นเหตุให้เขาคนนี้เห็นความลำบากของพ่อและแม่มาตั้งแต่แรกจนกว่าจะมีอาชีพที่มั่นคงเหมือนทุกวันนี้ โรแบร์โต้

ได้ความใจสู้และทักษะในการเล่นฟุตบอลมาจากผู้เป็นพ่อ เพราะก่อนที่จะมาเป็นมาเป็นช่างและ รปภ. เจา เคยเป็นนักฟุตบอลของทีมสมัครเล่นมาก่อน ทุกวันหยุดจากงาน เจา จะพา โรแบร์โต้ ไปฝึกซ้อมและสอนทักษะด้านฟุตบอลให้ลูกชายเสมอ นี่คือเรื่องราวในช่วงที่ครอบครัวโมไรร่ามีลูกชายคนเดียว

เหตุการณ์เริ่มแปรผันไปในปี 1980 เมื่อลูกชายคนที่ 2 ได้คลอดออกมา โรนัลโด้ เดอ แอสซิส คือชื่อของเด็กน้อยคนนี้ที่มาพร้อมกับภาระที่ต้องใช้เงินมากขึ้นสำหรับครอบครัว โมไรร่า ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ โรแบร์โต้ ที่ต้องทำงานไปด้วยตั้งแต่ยังเด็ก แต่นั่นก็เป็นข้อดีอยู่บ้างเพราะมันทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างกว่าเด็กคนอื่นๆรุ่นเดียวกัน พ่อของเขาพยายามทำให้ทุกอย่างดูเป็นเรื่องสนุก

ให้เปลี่ยนจากมองว่าปัญหาเป็นความท้าทายเสมอพ่อเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของเรา พ่อจะพาไปสนุกกับฟุตบอลตลอดแม้ว่าพ่อจะเหนื่อยมากับการทำงานตลอดช่วงสัปดาห์ วันหยุดพ่อจะพา โรแบร์โต้ ไปทำงานที่สนามของ เกรมิโอด้วยเสมอ” โรนัลโด้ น้องชายของ โรแบร์โต้ บอกถึงสิ่งที่จำความได้

ช่วงเวลาการเล่นฟุตบอลกันของ 3 พ่อลูกคือช่วงเวลาที่หอมหวานอย่างเดียวที่โรนัลโด้จำได้ แต่พอถึงวันที่เขาอายุ 8 ขวบ ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เขากำลังกลับบ้านหลังจากไปเตะบอลที่โรงเรียนกับเพื่อนๆ เมื่อมาถึงบ้าน เขาพบว่ามีคนอยู่เยอะมากและหลายคนเป็นคนที่ไม่รู้จักด้วย

“ผมคิดว่าวันนั้นเป็นวันฉลองวันเกิดครบรอบ 18 ปีของ โรแบร์โต้ แต่ผมว่ามันแปลกๆ ปกติถ้าผมกลับมาถึงบ้านมักจะทำอะไรให้ผมหัวเราะเสมอ แต่คราวนี้แม่ร้องไห้ไม่หยุดเลย หลังจากนั้น โรแบร์โต้ ก็เดินมาโอบไหล่ของผม และพาผมมาที่เงียบๆเพื่อบอกบางสิ่งที่ผมไม่เข้าใจในตอนนั้น “เกิดอุบัติเหตุขึ้น ตอนนี้พ่อจากเราไปแล้ว” นี่คือสิ่งที่โรแบร์โต้บอก” โรนัลโด้ กล่าวการจากไปของพ่อ รวมถึงสมาชิกคนใหม่อย่างน้องสาวที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นานทำให้ครอบครัวต้องพยายามหาเงินให้มากขึ้น

โชคดีมากที่เป็นช่วงเวลาซึ่ง โรแบร์โต้ ได้เข้ามาเล่นให้กับทีม เกรมิโอ แล้ว ในเวลานั้น แม้จะเป็นแค่ฐานะดาวรุ่ง แต่อย่างๆน้อยครอบครัวของเขาจะมีเงินให้ใช้จับจ่ายซื้อของเข้าบ้านแน่นอนในทุกสัปดาห์ โรแบร์โต้ พยายามพัฒนาตัวเองเป็นอย่างมาก เขาอยากจะค้าแข้งในยุโรปให้เร็วที่สุดเพื่อทำให้ครอบครัวสบายมากกว่าที่เป็นอยู่โรแบร์โต้ ไม่ได้สู้เพื่อตัวเองเท่านั้น เขาทำเพื่อทุกคนในครอบครัว

สัญญาอาชีพทำให้ทุกคนในบ้านได้ย้ายออกจากสลัมและได้ไปอยู่ในบ้านหลังโต โรนัลโด้ แอสซิส ได้โฟกัสไปกับการเล่นฟุตบอลอย่างเดียวโดยไม่ต้องทำงานเหมือนกับตัวของเขาในวัยเดียวกัน ขณะที่ เดซี่ ได้มีโอกาสเรียนหนังสือในโรงเรียนดีๆ ทุกคนในครอบครัวอยู่บนไหล่ของพี่ชายที่ไม่เคยหยุดพักเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในช่วงเวลาที่ เจา ยังมีชีวิตอยู่ เขามักจะอดที่จะชื่นชมฝีเท้าของ โรแบร์โต้ ลูกชายคนโตของเขาให้ผู้คนในเมืองฟังไม่ได้ เขาจะบอกว่า โรแบร์โต้ เป็นเด็กที่เก่งมาก แต่ทุกครั้งเขาจะทิ้งท้ายว่าอย่าเพิ่งตกใจกับสิ่งที่เห็น เพราะลูกชายคนรองของเขาจะมีอะไรที่เด็ดยิ่งกว่านี้อีก

“พ่อสอนเสมอว่าเวลาเล่นบอลจงใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกมาให้เต็มที่ จงสร้างเกมที่สวยงาม พ่อเชื่อเสมอว่า โรแบร์โต้ เป็นลูกไม้ใต้ต้น ในวันที่โรแบร์โต้ เซ็นสัญญากับ เกรมิโอ พ่อเป็นคนบอกคนที่นั่นว่า “โรแบร์โต้ เก่งมากแต่พวกคุณรอดูน้องชายของเขาให้ดี” และนั่นหมายถึง โรนัลโด้ นั่นเองโรแบร์โต้ ขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวเต็มรูปแบบ

สิ่งที่เขาทำกับ โรนัลโด้ คือเข้มงวดกับการซ้อมและสอนให้ทักษะมากมายเพื่อใช้ในการแข่งขันจริง เขาไม่เคยอ่อนข้อให้น้องชายเลยแม้แต่น้อย เพราะโรแบร์โต้ จะให้ โรนัลโด้ ลงเล่นในสนามพร้อมกับเขาและเพื่อนๆ นั่นหมายความว่า โรนัลโด้ ต้องแบกอายุถึง 10 ปีตั้งแต่หัดเล่นฟุตบอล แรกเริ่มนั้นเด็กน้อยเกลียดการเล่นบอลกับพี่มาก เพราะมันไม่สนุกเหมือนกับตอนที่พ่อสอนเลยแม้แต่น้อย

สำหรับโรแบร์โต้ ถ้าเขาบอกว่าจะให้น้องชายทำอะไรสักอย่างให้ได้ เขาจะคอยกระตุ้นอยู่ข้างๆ และไม่ลุกไปไหนจนกว่าน้องชายของเขาจะทำได้อย่างที่บอก”โรแบร์โต้ โหดกับผมมาก พี่สั่งให้ผมเดาะบอลวันละ 500 ครั้งโดยห้ามตก พี่จะนั่งจ้องจนกว่าผมจะทำได้ ถ้าร่วงก็ต้องหยิบมานับ 1 ใหม่ ตอนนั้นผมโกรธมาก ผมร้องไห้เลย ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำกับผมขนาดนั้น” โรนัลโด้ กล่าวว่าตอน 6 ขวบเขาต้องทำอะไรบ้าง

ไม่ใช่แค่การเดาะบอลเท่านั้น โรแบร์โต้ ยังเป็นคนสอนทักษะสวยๆของ โรนัลดินโญ่ ที่เราทุกคนได้เห็นกันจนชินตาไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงบอล,การจัดการกับลูกบอลทั้งบนอากาศและพื้นดิน การเลี้ยงและจ่ายบอลแบบไม่ต้องจ้องไปที่บอล การอ่านความเคลื่อนไหวของคู่แข่งในระยะ 4 เมตร เรียนรู้การงอเข่าขณะที่เลียงลูก และ การเคลื่อนไหวที่ฉลาด ประหยัดแรง และง่ายสำหรับเพื่อนร่วมทีม

ทุกการฝึกซ้อมเอาจริงเอาจังไม่เหมือนกับตอนที่พ่อเป็นคนสอน แต่โรแบร์โต้หวังดีกับน้องชายเสมอ และมั่นใจว่าหาก โรนัลโด้ ได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง น้องชายของเขาคนนี้จะต้องเก่งเหลือเชื่อ ไม่ว่าการซ้อมจะจบลงด้วยดราม่าและความเหนื่อยจนน้องชายของเขาร้องไห้ แต่โรแบร์โต้จะบอกน้องชายเสมอว่า เมื่อมีโอกาสได้เล่น จงเล่นฟุตบอลอย่างมีความสุข ยิ้มเข้าไว้แล้วพ่อจะคอยดูอยู่บนสวรรค์”โรนัลโด้ แกจำไว้ เมื่อไหร่ที่บอลอยู่กับเท้า นั่นหมายความว่าพ่อกำลังอยู่ข้างแกๆนะ

พ่อเล่นฟุตบอลไปพร้อมๆกับรอยยิ้มที่มีแต่ความสุข และถ้าแกเลี้ยงบอลด้วยความสุขเมื่อไหร่ พ่อจะก็ยิ้มให้กับแกด้วย”ไม่ใช่ความโหดอย่างเดียวเท่านั้นที่พี่ชายมอบให้กับเขา เมื่อทั้งคู่เดินออกจากสนามซ้อม โรแบร์โต้ ก็จะพา โรนัลดินโญ่ ไปหาอะไรอร่อยๆกิน และพาไปเปิดหูเปิดตาเหมือนกับว่าเป็นคนละคนเมื่ออยู่ในสนามเลยทีเดียว หากจะกล่าวว่า เจา ผู้เป็นพ่อนั้นให้กำเนิด โรนัลโด้ เดอ แอสซิส โมไรร่า แล้วล่ะก็ พี่ชายคนนี้คือคนที่ให้กำเนิด โรนัลดินโญ่ เกาโช่ ที่แปลว่า “โรนัลโด้น้อย” อย่างแท้จริง

“ผมเตือนตัวเองเสมอว่าโชคดีมากๆที่มีโรแบร์โต้อยู่เคียงข้าง แม้ว่าจะแก่กว่าผม 10 ปี และเล่นอาชีพให้กับ เกรมิโอ แล้วแต่เขาก็นึกถึงผมเป็นอันดับแรก เขาเป็นยิ่งกว่าฮีโร่ เขาคือพ่อคนที่ 2 ของผมเลย” โรนัลดินโญ่ ว่าไว้เช่นนั้นจะเห็นได้ว่าทักษะต่างๆที่ โรแบร์โต้ ด่าเขาจนร้องไห้ตอนเด็กนำมาซึ่งสิ่งที่โลกยอมซูฮกแม้ว่าจะสงสัยว่าเขาทำได้อย่างไรก็ตาม โรนัลดินโญ่ ต้องขอบใจพี่ชายที่ไม่ทิ้งเขาไว้ด้านหลัง และต้องขอบใจตัวเองที่เคารพและเชื่อฟังในคำแนะนำของพี่ในวันที่พ่อไม่อยู่แล้ว

ในช่วงเวลาเดียวกัน พี่ชายอย่างโรแบร์โต้ผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนคอยให้ข่าวเรื่องการซื้อขายย้ายทีม การเจรจาต่อสัญญา และเรื่องเงินทองๆทั้งหมดถูกตราหน้าว่าเป็นพวกเอเย่นต์หน้าเงินที่หากินกับความเก่งกาจของน้องชาย เขาเป็นคนรับก้อนหิน ขณะที่ โรนัลดินโญ่ เป็นคนรับดอกไม้แทน นี่คือเรื่องความเสียสละคงที่มีแต่คนในครอบครัวเท่านั้นที่ยอมทำให้กันได้ “ไม่มีโรแบร์โต้ ไม่มีโรนัลดินโญ่” นี่ไม่ใช่คำกล่าวอ้างที่เกินจริงอย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น